| เทคนิคการเลือกซื้อเอ็มพีสามให้ตรงใจ : Chip |
นอกจาก iPod ของ Apple ที่กลายเป็นเครื่องเล่นเพลง MP3 ยอดนิยมจากการออก
แบบที่หรูหราและความสามารถที่เยี่ยมยอดแล้ว ในปัจจุบันยังมีเครื่องเล่นอีก
จำนวนมากที่สามารถ
ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องเล่น
MP3
สักเครื่องแต่ยังลังเลใจอยู่ CHIP มีเทคนิคการพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อมา
ฝากคุณ
เครื่องเล่นเพลง MP3 ที่วางขายกันอยู่ตอนนี้สามารถแบ่งได้เป็นสามกลุ่มตาม
ลักษณะของสื่อบันทึกที่ใช้ ซึ่งในกรณีที่คุณต้องการเครื่องเล่นเพลง MP3 ไว้ฟังเพลงตอนวิ่งจ๊อกกิ้งหรือออกกำลังตอนเช้าตรู่ เครื่องเล่นแบบที่ใช้หน่วย
ความจำแฟลช ดูจะเป็นเครื่องเล่นที่เหมาะที่สุด เพราะเครื่องเล่นจะมีขนาดที่เล็ก
และมีความทนทานต่อการสั่นสะเทือนได้ดี แต่ข้อเสียของเครื่องเล่นกลุ่มนี้
ก็มีเช่นกันคือ เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะบันทึกเพลงได้ไม่มาก แต่อย่างไรก็ตามด้วย
ความจุ 512MB ก็ทำให้คุณฟังเพลงได้เกือบ 10 ชั่วโมงแล้วซึ่งก็มากพอสำหรับการ
สร้างบรรยากาศในการออกกำลังกายตอนเช้าหรือเดินทางไปทำงานอย่างแน่นอน
แต่ถ้าหากคุณต้องการที่จะบันทึกเพลง MP3 ที่มีอยู่ทั้งหมดพกติดตัวไปฟังในต่างๆ
ด้วยตลอดเวลา คุณจะต้องเลือกเครื่องเล่นในกลุ่มที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ขนาด 1.8 หรือ
2.5 นิ้ว ซึ่งในปัจจุบันเครื่องเล่นบางรุ่นก็มีความจุสูงถึง 60GB เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่านอกจากความจุที่มหาศาลนี้จะทำให้คุณบันทึกเพลงได้มากมายแล้ว คุณยังสามารถนำมาใช้สำรองข้อมูลส่วนตัวรูปแบบอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น รูปภาพ
วิดีโอ ซึ่งเครื่องเล่นบางรุ่นสามารถแสดงหรือเล่นได้ด้วย อย่างไรก็ตามการที่
เครื่องเล่นใช้สื่อบันทึกชนิดนี้ก็ทำให้ตัวเครื่องนั้นมีขนาดใหญ่ตามไปด้วยเช่นกัน
เครื่องเล่นเพลงกลุ่มสุดท้ายนี้ จะเป็นกลุ่มที่ใช้ Microdrive หรือฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดเล็กเพียง 1 นิ้ว ซึ่งโดยภาพรวมแล้วเครื่องเล่นเพลง MP3 กลุ่มนี้ไม่มีอะไรโดดเด่นที่แท้จริงนอกจากเป็นเครื่องเล่นที่มีการผสมผสานกันระหว่างการขนาดและความสามารถในการบันทึกที่ลงตัวคือ ในขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปนั้นเครื่องเล่นก็สามารถบันทึกเพลงได้ถึง 5GB หรือกว่า 1,250 เพลงเลยทีเดียว
คุณภาพเสียงที่ดี ... สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่เครื่องเล่นต้องมี
เพื่อความเที่ยงตรงในการทดสอบเราจะไม่ใช้หูของทีมงานเป็นตัววัดประสิทธิภาพของเสียง (เพราะแต่ละคนอาจมีความชอบหรือความรู้สึกที่แตกต่างกัน) ดังนั้นเครื่องมือสำคัญที่เรานำมาใช้ทดสอบเครื่องเล่น MP3 ทั้ง 30 รุ่นก็คือ เครื่องวัดและวิเคราะห์เสียงรุ่น ATS-2 จาก Audio Precision สำหรับใช้ทดสอบในเรื่อง
ของคุณภาพเสียง โดยเครื่องดังกล่าวนี้สามารถวัดการตอบสนองคลื่นความถี่ได้อย่างแม่นยำมาก นอกจากนั้นสามารถวัดหาค่า SNR รวมทั้งค่าความผิดเพี้ยนของเสียง
ที่เกิดขึ้นได้อย่างละเอียดด้วย สำหรับค่าต่าง ๆ ที่ควรคำนึงถึงกันนั้นได้แก่
SNR (Signal to Noise Ratio) : จากการทดสอบของ CHIP พบว่า เครื่องเล่นเพลง MP3 จำนวนไม่น้อยสามารถให้เสียงได้อย่างมีคุณภาพมาก โดยค่า SNR หรือกำลังเสียงสูงสุดของการเกิดเสียงรบกวนที่วัดได้นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระหว่าง 80 90dB(A) (เดซิเบล) ซึ่งเทียบได้กับคุณภาพเสียงจากเครื่องเล่นซีดีเพลง
เลยทีเดียว หากครื่องเล่นเครื่องใดให้ค่า SNR ต่ำมากจะทำให้คุณภาพเสียงที่ได้แย่กว่าโทรศัพท์แบบอนาล็อกรุ่นเก่าๆ เสียอีก ซึ่งการเลือกใช้ชิปเสียงภาย
ในเครื่องเล่นแต่ละรุ่นนั้นก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน
Frequency Response : การทดสอบการตอบสนองคลื่นความถี่นี้ถือว่าเป็นอีกหัวข้อหนึ่งของการประเมินคุณภาพเสียงที่ CHIP ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก กล่าวคือ
เครื่องเล่นเพลง MP3 ที่ตอบสนองคลื่นความถี่ได้ดีนั้นจะต้องสามารถส่งผ่านคลื่นความถี่ทุกๆ ค่าที่สามารถได้ยินได้โดยไม่มีการสูญหายหรือมีค่าเบี่ยงเบนไม่เกิน
3dB แต่อย่างไรก็ดีเครื่องเล่นส่วนใหญ่จะให้ค่าที่นอกเหนือไปจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงความถี่ต่ำอย่างเช่นที่ความถี่ 20Hz ซึ่งเครื่องเล่นหลายๆ รุ่นมักจะ
เริ่มต้นที่ 8dB หรือมากกว่านี้ด้วยซ้ำ
เครื่องเล่นเพลง MP3 หลายๆ เครื่องนั้นจะให้เสียงดีขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อนำมาต่อกับเครื่องเสียงสเตอริโอ ซึ่งก็มีสาเหตุมาจาก เครื่องเล่นไม่สามารถทำงาน
ไม่สามารถทำงานกับหูฟังที่มีค่าความต้านทานต่ำได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบก็ควรนำเครื่องเล่นมาต่อเข้ากับภาคขยาย
สำหรับหูฟังอย่างเช่นเครื่อง Portable Porta Corda MKII ของ Meier Audio ซึ่งมีขนาดประมาณซองบุหรี่ โดยเครื่องดังกล่าวนี้สามารถขยายสัญญาณได้ตลอดทุกช่วง
ความถี่ และแบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ก็ใช้งานได้นานถึง 100 ชั่วโมงเลยทีเดียว
สำหรับเรื่องหูฟังของเครื่องเล่นนั้น แน่นอนว่าหูฟังที่ผู้ผลิตให้มาพร้อมกับตัวเครื่องเล่นนั้นคงจะไม่สามารถให้เสียงที่สมบูรณ์แบบได้ ซึ่งถ้าคุณต้องการคุณภาพเสียง
ที่ดีจริงๆ แนะนำให้คุณซื้อหูฟังใหม่เพิ่มเติมดีกว่า |
| ขอขอบคุณบทความดีๆจาก : ผู้จัดการออนไลน์ |
|
|